ลูกน้องขาดความกระตือรือร้นและไม่ตอบสนองต่อคำแนะนำ

ในฐานะหัวหน้าหรือผู้ร่วมงาน เรามักคาดหวังว่าคนในทีมจะมีพลังในการทำงาน มีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ และเปิดรับคำแนะนำเพื่อพัฒนา แต่ในบางกรณี เรากลับพบกับลูกน้องที่ดูเฉื่อยชา ไม่แสดงความสนใจ หรือไม่ตอบสนองต่อคำแนะนำใด ๆ ที่ให้ไป จนทำให้รู้สึกเหมือน “พูดกับกำแพง” อยู่บ่อยครั้ง


ความเงียบเฉยอาจไม่ใช่แค่เรื่องของนิสัย แต่อาจเป็นสัญญาณของบางสิ่งที่ลึกกว่านั้น

พฤติกรรมเหล่านี้อาจแสดงออกในรูปแบบต่าง ๆ เช่น:

  • แสดงสีหน้าหรือท่าทีเฉยเมย ไม่สนใจในสิ่งที่พูด
  • ไม่ขอคำชี้แจงเพิ่มเติมเมื่อไม่เข้าใจ ทั้งที่มีโอกาส
  • ไม่มีการปรับปรุงจากคำแนะนำที่ได้รับ แม้จะชี้ให้เห็นหลายครั้ง
  • ไม่แสดงความคิดหรือข้อเสนอแนะในที่ประชุมหรือการทำงานร่วมกัน

การทำงานกับคนที่ไม่แสดงความพยายาม อาจทำให้ทีมเสียพลังงานในการผลักดัน

ผลกระทบที่เกิดขึ้นได้แก่:

  • หัวหน้ารู้สึกหมดแรง เพราะต้องคอยจี้ คอยอธิบายซ้ำโดยไม่เห็นผลลัพธ์
  • เพื่อนร่วมงานรู้สึกว่าต้องทำงานแทนคนที่ไม่กระตือรือร้น
  • งานโดยรวมอาจช้าลง หรือมีข้อผิดพลาด เพราะขาดความใส่ใจ
  • ความรู้สึกว่า “เขาไม่อยากอยู่ตรงนี้จริงๆ” อาจสะสมในทีม

แนวทางรับมือ: อย่าเร่งเร้า แต่ให้พื้นที่และคำถามที่เปิดใจ

ก่อนจะสรุปว่าลูกน้องไม่สนใจ ควรพิจารณาและลงมือในแนวทางต่อไปนี้:

  • ลองพูดคุยแบบตัวต่อตัวอย่างไม่เป็นทางการ เช่น “เราอยากรู้ว่ามีอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจไหม”
  • สอบถามในเชิงสำรวจ เช่น “งานส่วนไหนที่คุณรู้สึกว่ายังไม่ถนัด หรืออยากได้คำแนะนำเพิ่มเติม”
  • ให้ feedback แบบเฉพาะเจาะจง เช่น “เราเห็นว่าคุณยังไม่ได้ลองใช้เทคนิคที่พูดไปเมื่อวาน มีอะไรที่ยังติดขัดไหมครับ”
  • หากปัญหาเกิดซ้ำ ควรบันทึกเป็นข้อมูลเพื่อประเมินและพูดคุยในเชิงการพัฒนา ไม่ใช่ตำหนิ

แรงจูงใจอาจไม่ได้หายไป แต่อาจหลงทางเพราะยังไม่รู้ว่า “เราเห็นเขาอยู่ตรงนี้เพื่ออะไร”

ความกระตือรือร้นสามารถจุดใหม่ได้ ถ้ามีการรับฟัง ความเข้าใจ และการโค้ชอย่างใส่ใจ ไม่ใช่แค่สั่งหรือผลักให้ทำโดยไร้เป้าหมายร่วม


หากคุณรู้สึกว่า ลูกน้องเฉื่อยชาและไม่ตอบสนอง ลองเปลี่ยนจากการพูดอย่างตรงไปตรงมา มาเป็นการตั้งคำถามที่เปิดโอกาสให้เขาสำรวจตัวเอง และรู้สึกว่า “เสียงของเขา” มีค่า

Free Joomla templates by Ltheme