เทคนิค Pay Yourself First
เคยไหมที่รู้สึกว่าพยายามออมเงินเท่าไหร่ก็ไม่พอ หรือเงินหายไปไหนหมดไม่รู้? ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการที่เราใช้จ่ายไปก่อน แล้วค่อยคิดจะออมจากเงินที่เหลือ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะไม่มีเหลือให้เก็บ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเทคนิค "Pay Yourself First" จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างวินัยทางการเงินและบรรลุเป้าหมายการเกษียณของคุณ เทคนิคนี้ไม่ใช่แค่การออมเงิน แต่เป็นการเปลี่ยน Mindset ในการบริหารจัดการเงินของคุณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
Pay Yourself First คืออะไร?
หลักการของ Pay Yourself First นั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือการ จัดสรรเงินออมและเงินลงทุนของคุณออกไปก่อนทันทีที่คุณได้รับรายได้ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน โบนัส หรือรายได้อื่นๆ ก่อนที่คุณจะนำเงินไปใช้จ่ายกับค่าใช้จ่ายประจำวัน ค่าผ่อนชำระ หรือความบันเทิงใดๆ การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่ามีเงินเก็บสะสมอย่างสม่ำเสมอ และป้องกันการใช้จ่ายเกินตัวจนไม่มีเงินออมในที่สุด
ประโยชน์ของการใช้เทคนิค Pay Yourself First
- สร้างวินัยทางการเงิน: เมื่อคุณจัดลำดับความสำคัญให้กับการออมก่อน การออมก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรทางการเงินของคุณโดยอัตโนมัติ ทำให้คุณมีวินัยมากขึ้นในระยะยาว
- บรรลุเป้าหมายการเงินเร็วขึ้น: การออมอย่างสม่ำเสมอในปริมาณที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น ทำให้เงินของคุณมีโอกาสเติบโตจากการลงทุนและผลตอบแทนทบต้น ช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายเกษียณได้เร็วขึ้น
- ลดความกังวลทางการเงิน: เมื่อคุณมีเงินออมสำรองอยู่เสมอ คุณจะรู้สึกมั่นคงและลดความเครียดเกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือความไม่แน่นอนทางการเงินในอนาคต
- ควบคุมการใช้จ่าย: เมื่อเงินออมถูกหักออกไปก่อน คุณจะรู้ว่าเหลือเงินเท่าไหร่สำหรับการใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้คุณบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช้จ่ายเกินตัว
ขั้นตอนการนำ Pay Yourself First ไปใช้จริง
การนำเทคนิคนี้ไปปฏิบัติจริงนั้นง่ายกว่าที่คิด และสามารถปรับใช้ได้หลากหลายวิธี:
- กำหนดเป้าหมายการออม: เริ่มต้นด้วยการกำหนดว่าคุณต้องการออมเงินเท่าไหร่ในแต่ละเดือน อาจจะเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้ (เช่น 10-20%) หรือจำนวนเงินที่แน่นอนก็ได้ พิจารณาจากเป้าหมายการเกษียณของคุณ
- ตั้งค่าการโอนเงินอัตโนมัติ (Auto-Debit): นี่คือหัวใจสำคัญของ Pay Yourself First! ตั้งค่าให้ธนาคารโอนเงินจากบัญชีเงินเดือนของคุณไปยังบัญชีออมทรัพย์ หรือบัญชีลงทุน (เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF หรือ SSF) ทันทีที่เงินเดือนเข้า วิธีนี้จะช่วยให้คุณไม่ลืมและไม่ต้องใช้ความพยายามในการโอนเงินด้วยตัวเอง
- แยกบัญชี: การมีบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีลงทุนแยกต่างหากจากบัญชีที่ใช้จ่ายประจำวัน จะช่วยให้คุณเห็นยอดเงินออมได้ชัดเจน และลดโอกาสที่จะเผลอนำเงินส่วนนี้ไปใช้จ่าย
- ทบทวนและปรับปรุง: เมื่อรายได้ของคุณเพิ่มขึ้น หรือเป้าหมายทางการเงินของคุณเปลี่ยนไป อย่าลืมที่จะทบทวนและปรับเพิ่มจำนวนเงินออมของคุณให้เหมาะสม เพื่อให้คุณก้าวหน้าสู่เป้าหมายเกษียณได้อย่างต่อเนื่อง
- เริ่มจากน้อยไปมาก: หากคุณรู้สึกว่าการออมจำนวนมากในคราวเดียวยากเกินไป ให้เริ่มต้นจากจำนวนน้อยๆ ที่คุณทำได้อย่างสบายใจก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้นเมื่อคุณคุ้นเคยและมีวินัยมากขึ้น
"การจ่ายให้ตัวเองก่อน ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่คือการลงทุนในอนาคตที่ดีที่สุดของคุณเอง"