สูตรการออมตามช่วงอายุ (Age-based Saving)

การวางแผนเกษียณไม่ใช่เรื่องของอนาคตอันไกลโพ้น แต่เป็นสิ่งที่เราควรเริ่มตั้งแต่วันนี้ และหนึ่งในหลักการสำคัญของการออมเพื่อเกษียณคือ การปรับสัดส่วนการออมและการลงทุนให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย เพราะแต่ละช่วงอายุมีภาระ ความรับผิดชอบ และโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่แตกต่างกัน การเข้าใจสูตรการออมตามช่วงอายุจะช่วยให้คุณกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์การออมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


ทำไมต้องออมตามช่วงอายุ?

การออมเงินตามช่วงอายุเป็นแนวคิดที่ว่า ยิ่งคุณอายุน้อยเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีเวลาในการลงทุนและสร้างผลตอบแทนได้มากเท่านั้น ซึ่งหมายถึงคุณสามารถรับความเสี่ยงได้สูงขึ้นเพื่อโอกาสในการเติบโตของเงินลงทุนที่มากขึ้น ในทางกลับกัน เมื่ออายุมากขึ้น ภาระทางการเงินมักจะลดลง และคุณก็มีเวลาน้อยลงในการฟื้นตัวจากการขาดทุน ดังนั้น การปรับลดความเสี่ยงและเน้นการรักษามูลค่าเงินต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ การปรับกลยุทธ์ตามช่วงอายุจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายการเกษียณได้อย่างมั่นคง

สูตรการออมตามช่วงอายุที่นิยมใช้

มีหลายสูตรที่นักวางแผนทางการเงินแนะนำสำหรับการออมตามช่วงอายุ แต่ที่นิยมและเข้าใจง่ายมีดังนี้:

  • กฎ 20/30/50: สูตรนี้ไม่ได้เน้นการเกษียณโดยตรง แต่เป็นแนวทางจัดสรรรายได้เพื่อความสมดุลทางการเงิน โดย 50% สำหรับความจำเป็น (Needs), 30% สำหรับความต้องการ (Wants), และ 20% สำหรับการออมและการชำระหนี้ (Savings & Debt Repayment). ส่วน 20% นี่แหละคือเงินที่คุณควรกันไว้เพื่อการออมและการลงทุนเพื่ออนาคต รวมถึงการเกษียณด้วย
  • กฎ 100 ลบอายุ: เป็นหลักการง่ายๆ ในการกำหนดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น (สินทรัพย์เสี่ยงสูง) โดยให้นำ 100 ลบด้วยอายุของคุณ ผลลัพธ์ที่ได้คือเปอร์เซ็นต์ที่คุณควรลงทุนในหุ้น ส่วนที่เหลือควรลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า เช่น ตราสารหนี้ ยกตัวอย่าง ถ้าคุณอายุ 30 ปี คุณควรลงทุนในหุ้นประมาณ 70% และตราสารหนี้ 30% แต่ถ้าอายุ 60 ปี ควรลงทุนในหุ้นเพียง 40% และตราสารหนี้ 60% หลักการนี้ช่วยให้คุณปรับความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับช่วงวัย
  • เป้าหมายการออมตามหลัก Milestones (ทบต้นตามช่วงวัย):
    • อายุ 30 ปี: ควรมีเงินออมอย่างน้อย 1 เท่าของเงินเดือนประจำปี เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว
    • อายุ 40 ปี: ควรมีเงินออมอย่างน้อย 3 เท่าของเงินเดือนประจำปี ในช่วงนี้คุณอาจมีภาระที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายครอบครัว แต่ก็ควรให้ความสำคัญกับการออมเพื่อเกษียณ
    • อายุ 50 ปี: ควรมีเงินออมอย่างน้อย 6 เท่าของเงินเดือนประจำปี ใกล้วัยเกษียณแล้ว การเร่งออมในช่วงนี้จะช่วยให้คุณมีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ
    • อายุ 60 ปี (วัยเกษียณ): ควรมีเงินออมอย่างน้อย 8-10 เท่าของเงินเดือนประจำปี เพื่อให้มีเงินใช้จ่ายได้อย่างสบายตลอดช่วงชีวิตหลังเกษียณ

    หลักการนี้เป็นเพียงแนวทางคร่าวๆ ตัวเลขที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ ค่าใช้จ่าย และเป้าหมายการเกษียณของแต่ละบุคคล

ปรับใช้สูตรการออมให้เหมาะกับตัวคุณ

แม้ว่าจะมีสูตรและหลักการต่างๆ ให้ใช้เป็นแนวทาง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับใช้ให้เข้ากับสถานการณ์ทางการเงินส่วนบุคคลและเป้าหมายการเกษียณของคุณเอง พิจารณาปัจจัยเหล่านี้:

  • รายได้และค่าใช้จ่าย: ประเมินรายรับรายจ่ายของคุณอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณมีเงินเหลือพอสำหรับการออมและลงทุนตามเป้าหมาย
  • เป้าหมายการเกษียณ: คุณต้องการเกษียณเมื่ออายุเท่าไหร่? และต้องการใช้ชีวิตแบบไหนหลังเกษียณ? การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณกำหนดจำนวนเงินที่ต้องออมได้แม่นยำขึ้น
  • ความเสี่ยงที่รับได้: ทำความเข้าใจระดับความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ และเลือกสินทรัพย์ลงทุนที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงนั้น
  • วินัยทางการเงิน: ไม่ว่าคุณจะเลือกสูตรไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีวินัยในการออมอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

"เวลาคือเพื่อนที่ดีที่สุดของการลงทุน ยิ่งเริ่มต้นเร็ว ยิ่งมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งได้มาก"

Free Joomla templates by Ltheme