แบบฟอร์ม: ตรวจสอบประสิทธิภาพการเป็นโค้ช
ในบทบาทของผู้นำยุคใหม่ การเป็น โค้ช (Coach) ให้กับทีมงานไม่ใช่แค่ทักษะเสริม แต่เป็นหัวใจสำคัญในการดึงศักยภาพสูงสุดของแต่ละบุคคลออกมา การโค้ชที่แท้จริงคือการช่วยให้ผู้รับการโค้ช (Coachee) ค้นพบคำตอบและแนวทางแก้ไขด้วยตนเอง ส่งเสริมการเรียนรู้ และสร้างความรับผิดชอบในตนเอง เพื่อให้มั่นใจว่าการโค้ชของคุณมีประสิทธิภาพและส่งผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม แบบตรวจสอบประสิทธิภาพการโค้ช นี้จะช่วยให้คุณสามารถประเมินและติดตามผลลัพธ์ของการโค้ชได้อย่างเป็นระบบ ทำให้คุณปรับปรุงแนวทางการโค้ชให้ดียิ่งขึ้นได้
ทำไมต้องประเมินประสิทธิภาพการโค้ช?
การโค้ชเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและการลงทุน การประเมินประสิทธิภาพของการโค้ชจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้แน่ใจว่าเวลาและทรัพยากรที่ทุ่มเทไปนั้นเกิดประโยชน์สูงสุด การประเมินช่วยให้คุณ:
- วัดผลลัพธ์: ตรวจสอบว่าผู้รับการโค้ชมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ทักษะ หรือทัศนคติไปในทางที่ดีขึ้นหรือไม่
- ระบุจุดแข็งและโอกาสในการพัฒนาของโค้ช: คุณจะเห็นว่าเทคนิคการโค้ชของคุณมีอะไรที่ทำได้ดีอยู่แล้ว และมีอะไรที่สามารถปรับปรุงได้
- สร้างความรับผิดชอบ (Accountability): ทั้งกับตัวโค้ชเองและผู้รับการโค้ชในการดำเนินการตามแผนที่วางไว้
- ปรับปรุงกระบวนการโค้ช: ใช้ข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงวิธีการโค้ชให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลหรือสถานการณ์มากขึ้น
- แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของการโค้ช: ข้อมูลที่เป็นรูปธรรมช่วยยืนยันว่าการโค้ชเป็นเครื่องมือที่มีคุณค่าในการพัฒนาบุคลากร
การประเมินนี้ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อตัดสินถูกผิด แต่เพื่อการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
แบบตรวจสอบประสิทธิภาพการโค้ช (Coaching Effectiveness Check)
โปรดใช้แบบฟอร์มนี้เพื่อประเมินผลลัพธ์ของการโค้ชหลังจากสิ้นสุดกระบวนการโค้ช หรือเป็นระยะๆ เพื่อติดตามความคืบหน้า
การใช้ผลประเมินเพื่อพัฒนาทักษะการโค้ชของคุณ
หลังจากที่คุณได้ทำแบบตรวจสอบนี้แล้ว สิ่งสำคัญคือการนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์อย่างละเอียด
1. เปรียบเทียบกับเป้าหมาย: พิจารณาว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้รับการโค้ชเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการโค้ชหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ลองวิเคราะห์สาเหตุที่เป็นไปได้
2. ระบุจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนา: ดูว่าข้อไหนที่คุณให้คะแนนสูง แสดงว่าเป็นจุดแข็งของคุณในฐานะโค้ช ส่วนข้อที่ได้คะแนนต่ำคือโอกาสในการพัฒนา
3. วางแผนการปรับปรุง: เลือก 1-2 ด้านที่คุณต้องการพัฒนาการโค้ชของคุณ เช่น หากคุณรู้สึกว่ายังตั้งคำถามที่กระตุ้นการคิดได้ไม่ดีพอ อาจหาโอกาสฝึกฝนการใช้คำถามปลายเปิด หรือหากคุณยังรับฟังได้ไม่เต็มที่ อาจฝึกการฟังแบบ Active Listening เพิ่มเติม
4. ขอ Feedback จากผู้รับการโค้ช: หากเป็นไปได้ ลองขอ Feedback โดยตรงจากผู้รับการโค้ชเกี่ยวกับการโค้ชของคุณ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณได้มุมมองที่ครบถ้วนและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
การเป็นโค้ชที่มีประสิทธิภาพคือการเรียนรู้และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง แบบตรวจสอบนี้จะเป็นเพื่อนร่วมทางที่ดีในการเดินทางนั้น
"โค้ชที่ดีไม่ได้ให้คำตอบ แต่ช่วยให้ผู้คนค้นพบคำตอบของตนเอง"