โมเดลการโค้ชยอดนิยม: GROW Model และการประยุกต์ใช้
หลังจากที่เราเข้าใจแล้วว่าผู้นำในฐานะโค้ชมีความสำคัญอย่างไร ตอนนี้เราจะมาเจาะลึกเครื่องมือที่ทรงพลังและเป็นที่นิยมที่สุดในการโค้ช นั่นคือ GROW Model โมเดลนี้เป็นกรอบการสนทนาที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้ผู้นำสามารถนำพาผู้ถูกโค้ชให้คิดวิเคราะห์ ตั้งเป้าหมาย วางแผน และลงมือทำเพื่อบรรลุสิ่งที่ต้องการ GROW Model ไม่เพียงแต่ใช้ได้ในบริบทของการทำงานเท่านั้น แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้กับการพัฒนาตนเองหรือการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย บทความนี้จะอธิบายแต่ละขั้นตอนของ GROW Model พร้อมแนวทางการประยุกต์ใช้สำหรับผู้นำ
ทำความรู้จักกับ GROW Model
GROW Model ถูกพัฒนาขึ้นโดย Sir John Whitmore และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในวงการโค้ช โดยแต่ละตัวอักษรย่อมาจากขั้นตอนสำคัญในการสนทนา:
- G - Goal (เป้าหมาย): การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับเซสชันการโค้ชและเป้าหมายในระยะยาวของผู้ถูกโค้ช
- R - Reality (ความเป็นจริง): การสำรวจสถานการณ์ปัจจุบันของผู้ถูกโค้ชอย่างรอบด้านและเป็นกลาง
- O - Options (ทางเลือก): การระดมความคิดเพื่อค้นหาทางเลือกหรือวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ทั้งหมด
- W - Will / Way Forward (ความมุ่งมั่น/แผนการดำเนินงาน): การกำหนดขั้นตอนการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรมและสร้างความมุ่งมั่นในการปฏิบัติ
โมเดลนี้ช่วยให้การสนทนามีโครงสร้างที่ชัดเจน แต่ยังคงความยืดหยุ่น ทำให้ผู้ถูกโค้ชเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้และค้นพบ
ขั้นตอนและคำถามสำคัญในแต่ละองค์ประกอบของ GROW
เพื่อนำ GROW Model ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้นำในฐานะโค้ชต้องใช้ทักษะการตั้งคำถามที่ทรงพลังและฟังอย่างลึกซึ้งในแต่ละขั้นตอน:
1. G: Goal (เป้าหมาย)
ขั้นตอนนี้คือการช่วยให้ผู้ถูกโค้ชกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนและน่าดึงดูด ซึ่งอาจเป็นเป้าหมายสำหรับหัวข้อการสนทนาในวันนี้ หรือเป้าหมายระยะยาวในชีวิตการทำงาน
- คำถามสำคัญ:
- คุณต้องการอะไรจากเซสชันนี้?
- อะไรคือเป้าหมายที่คุณอยากทำให้สำเร็จ?
- เป้าหมายนี้มีความสำคัญกับคุณอย่างไร?
- อะไรคือสิ่งที่คุณอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด?
- ถ้าคุณทำได้สำเร็จ คุณจะรู้ได้อย่างไร?
2. R: Reality (ความเป็นจริง)
เมื่อมีเป้าหมายแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสำรวจสถานการณ์ปัจจุบันอย่างตรงไปตรงมา ช่วยให้ผู้ถูกโค้ชมองเห็นภาพรวมและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
- คำถามสำคัญ:
- ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร?
- คุณได้ทำอะไรไปแล้วบ้างเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้?
- อะไรคืออุปสรรคหรือความท้าทายที่คุณกำลังเผชิญ?
- ใครเกี่ยวข้องกับสถานการณ์นี้บ้าง?
- อะไรคือสิ่งที่คุณควบคุมได้ และอะไรคือสิ่งที่คุณควบคุมไม่ได้?
- คุณมีทรัพยากรอะไรอยู่แล้วบ้าง?
3. O: Options (ทางเลือก)
ในขั้นตอนนี้ ผู้นำโค้ชจะกระตุ้นให้ผู้ถูกโค้ชระดมความคิดเพื่อหาทางเลือกในการดำเนินการให้ได้มากที่สุด โดยยังไม่ต้องตัดสินว่าดีหรือไม่ดี
- คำถามสำคัญ:
- คุณมีทางเลือกอะไรบ้างที่จะไปสู่เป้าหมายนี้?
- ถ้าไม่มีข้อจำกัดใดๆ เลย คุณจะทำอะไรได้บ้าง?
- คุณสามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้บ้าง?
- มีวิธีอื่นอีกไหมที่คุณยังไม่ได้คิดถึง?
- มีอะไรที่คุณเห็นคนอื่นทำสำเร็จในสถานการณ์คล้ายๆ กันบ้าง?
4. W: Will / Way Forward (ความมุ่งมั่น/แผนการดำเนินงาน)
ขั้นตอนสุดท้ายคือการเปลี่ยนความคิดให้เป็นการลงมือทำ ช่วยให้ผู้ถูกโค้ชกำหนดแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนและสร้างความมุ่งมั่นที่จะทำตามแผนนั้น
- คำถามสำคัญ:
- คุณจะเลือกทางเลือกใดในการเริ่มต้น?
- ขั้นตอนแรกที่คุณจะทำคืออะไร? และเมื่อไหร่?
- คุณต้องการการสนับสนุนอะไรบ้าง?
- อะไรคืออุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น และคุณจะรับมือกับมันอย่างไร?
- คุณจะวัดผลความสำเร็จได้อย่างไร?
- คุณมีความมุ่งมั่นแค่ไหนในการทำตามแผนนี้ (ให้คะแนน 1-10)? อะไรจะทำให้คะแนนสูงขึ้น?
การประยุกต์ใช้ GROW Model สำหรับผู้นำ
ผู้นำสามารถใช้ GROW Model ในสถานการณ์ต่างๆ ได้หลากหลาย:
- การสนทนาแบบ 1-on-1: ใช้เป็นโครงสร้างสำหรับการประชุมตัวต่อตัวกับลูกทีมเพื่อหารือเรื่องเป้าหมายส่วนบุคคล การพัฒนา หรือปัญหาที่เผชิญอยู่
- การแก้ปัญหาของทีม: นำทีมผ่านกระบวนการ GROW เพื่อระบุปัญหา, วิเคราะห์สถานการณ์, ระดมสมองหาทางออก, และวางแผนการดำเนินการร่วมกัน
- การพัฒนาตนเอง: ใช้ GROW Model ในการโค้ชตัวเองเพื่อกำหนดเป้าหมายส่วนบุคคล, ประเมินสถานการณ์, หาทางเลือก, และวางแผนการพัฒนา
- การให้ Feedback: ผสาน GROW Model เข้ากับการให้ Feedback เพื่อช่วยให้ผู้รับ Feedback มองเห็นแนวทางในการปรับปรุงและสร้างความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลง
กุญแจสำคัญคือการใช้คำถามที่เปิดกว้างและให้พื้นที่แก่ผู้ถูกโค้ชได้คิดและค้นพบคำตอบด้วยตนเอง
บทสรุป: GROW สู่การเป็นผู้นำที่แท้จริง
GROW Model เป็นมากกว่าแค่เทคนิคการโค้ช แต่เป็นกรอบความคิดที่ช่วยให้ผู้นำสามารถสร้างสรรค์การสนทนาที่มีคุณภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้ และปลดล็อกศักยภาพของทีมงาน การทำความเข้าใจและฝึกฝนการใช้ GROW Model อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะการโค้ชได้อย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความผูกพันในทีม และนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ยั่งยืน การเป็นผู้นำที่แท้จริงคือการสร้างผู้อื่นให้เติบโตไปด้วยกัน
"การโค้ชไม่ใช่การสอนคน แต่คือการช่วยให้พวกเขาเรียนรู้ด้วยตนเอง"