คำแนะนำ: การสมัครงานผ่านระบบ ATS

หลายองค์กรโดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่หรือองค์กรต่างประเทศ มักใช้ระบบ ATS (Applicant Tracking System) ในการคัดกรองใบสมัครเบื้องต้น หากเอกสารของคุณไม่ผ่านระบบนี้ตั้งแต่แรก โอกาสที่ HR จะได้อ่านก็อาจหายไปทันที บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจหลักการของ ATS และแนะนำวิธีเตรียม Resume และข้อมูลให้เหมาะกับระบบ เพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกคัดเลือกเข้าสู่รอบต่อไป


ATS คืออะไร และทำงานอย่างไร

ATS ย่อมาจาก Applicant Tracking System คือระบบที่องค์กรใช้เพื่อ:

  • จัดเก็บและจัดระเบียบใบสมัครจำนวนมาก
  • สแกนและประเมินคำหลัก (Keywords) ใน Resume และเอกสารประกอบ
  • คัดกรองผู้สมัครที่ “ดูเหมือนจะตรง” กับคุณสมบัติในประกาศงาน

หาก Resume ของคุณไม่มีคำที่ระบบมองหา หรือจัดวางเนื้อหาผิดแบบ ระบบอาจ “ไม่เห็น” ข้อมูลสำคัญของคุณเลย

Resume ที่เหมาะกับระบบ ATS ควรมีลักษณะอย่างไร

  • ใช้ไฟล์ PDF หรือ DOCX – หลีกเลี่ยงไฟล์ภาพหรือรูปแบบซับซ้อน
  • ไม่ใช้ตารางซ้อนซับ หรือกล่องข้อความ – ระบบอาจอ่านไม่ออก
  • ใช้ Font มาตรฐาน เช่น Arial, Calibri, Times New Roman
  • ตั้งหัวข้อชัดเจน เช่น Education, Experience, Skills (เป็นภาษาอังกฤษหากสมัครตำแหน่งในบริษัทสากล)

เน้นคำหลัก (Keywords) จากประกาศงาน

ระบบ ATS มักใช้คำหลักจากประกาศงานในการจับคู่ใบสมัคร:

  • อ่านประกาศงานอย่างละเอียด
  • ไฮไลต์คำที่เป็นชื่อทักษะ, เครื่องมือ, คุณสมบัติ เช่น “Project Management”, “Python”, “B2B Marketing”
  • นำคำเหล่านี้ไปใช้ใน Resume อย่างเป็นธรรมชาติ (ไม่ยัดแบบฝืน)

เรียงลำดับเนื้อหาให้ตรงกับมาตรฐาน

ลำดับที่ ATS มักเข้าใจได้ดีที่สุดคือ:

  • Contact Information
  • Professional Summary หรือ Career Objective
  • Work Experience
  • Education
  • Skills
  • Certifications / Languages (ถ้ามี)

หลีกเลี่ยงการออกแบบแฟนซี หรือใช้ Infographic ที่ซับซ้อน แม้จะดูสวยงามแต่ ATS ไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้

ใช้คำเต็ม ไม่ใช้คำย่อที่ไม่จำเป็น

ระบบอาจไม่รู้จักคำย่อบางอย่าง เช่น:

  • แทนที่จะเขียน “Exp. in PPT & PS” → ควรเขียนว่า “Experience in Microsoft PowerPoint and Adobe Photoshop”
  • ใช้ทั้งคำเต็มและคำย่อในบางกรณี เช่น “Customer Relationship Management (CRM)”

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อสมัครผ่านระบบ ATS

  • ใช้ Resume เป็นไฟล์รูปภาพ (JPG, PNG) หรือสแกนจากกระดาษ
  • แนบไฟล์ที่ระบบไม่รองรับ เช่น .pages หรือ .odt
  • ไม่มีคำหลักที่ตรงกับตำแหน่งที่สมัคร
  • ใช้ดีไซน์แปลกตา จนระบบอ่านผิดตำแหน่งข้อมูล

จะรู้ได้อย่างไรว่าองค์กรใช้ระบบ ATS?

โดยทั่วไป หากแบบฟอร์มสมัครงานบนเว็บไซต์ของบริษัทมีการให้กรอกข้อมูลเป็นขั้นตอนย่อย ๆ เช่น ชื่อ, ประสบการณ์, ทักษะ แบบแยกช่อง และให้แนบไฟล์เพิ่ม นั่นคือสัญญาณว่ากำลังใช้ ATS

อีกทางหนึ่งคือ สังเกตจากชื่อระบบ เช่น Workday, SuccessFactors, Taleo, BambooHR ซึ่งล้วนเป็น ATS ยอดนิยม


การสมัครงานผ่านระบบ ATS ไม่ใช่แค่การแนบ Resume แล้วรอลุ้น แต่คือการออกแบบเอกสารให้เหมาะกับการสแกนโดยระบบ พร้อมทั้งแสดงความเข้าใจในสิ่งที่บริษัทต้องการ หากคุณเรียนรู้และใช้เทคนิคที่ถูกต้อง ก็จะเปลี่ยนระบบอัตโนมัติให้กลายเป็นประตูเปิดสู่โอกาสได้อย่างมั่นใจค่ะ

Free Joomla templates by Ltheme